Saturday, July 13, 2019

CWS-2019 : จบWeek28 : ไอเดียใหม่

https://www.myfxbook.com/members/Cassowaryleague/cws-2019-swingtrade-imht-pipatara/2793222
เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์
-------------------


พอร์ทCassowaryสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยังคงติดดอยต่อไป
แต่เราเริ่มมีแผนใหม่
สำหรับการทดลองระบบ
ของพอร์ทนี้แล้ว
ถ้าหลุดดอยได้เมื่อไหร่


ปีนี้กะว่าจะมาเทสระบบใหม่ๆใช่ไหม
เลยจะลองระบบอื่นๆต่อ
เพราะรู้สึกว่าที่เทรดอยู่ไม่สวยเท่าไหร่
เราน่าจะทำได้ดีกว่าติดดอย
เลยจะลองมีSLดูบ้าง

แต่ก็ต้องลองตัวนี้หลุดดอยก่อน
----------

























“ A lie told often enough becomes the truth. ” : Vladimir Lenin


Goodluck,
Introvert man.

1stPDIMHT : Week19 : เหวี่ยงจัดปลัดบอก

https://www.myfxbook.com/members/superman_hero/1stpdimht/3337248
เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์
-------------------


พอร์ทPAMMสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยังคงเก็บCFไม่ได้
และพอร์ทเหวี่ยงหนักมากในสัปดาห์
เหวี่ยงลึกไปถึง200+
ลงไปทำDDใหม่กันเลย

แต่ก็ปรับตัวขึ้นมาได้ก่อนปิดสัปดาห์
เหวี่ยงแต่ละวันก็ -+50-70ได้เลย
ใจจะวาย

กระสุนใช้ครบหมดแล้ว
ส่วนใหญ่ไปฝังตัวในGBP
ก็ต้องเรียกได้ว่าbetหนัก
กันเลยทีเดียว
แต่อีกใจก็ยังไม่อยากให้GBPบิน
เพราะพอร์ทอื่นๆยังคงต้องการเก็บของ
ในราคาที่ต่ำกว่านี้อีกมาก

แต่ก็นะ ยังไงก็ได้หมด
จะขึ้นหรือลงแต่ของวิ่งแรงๆหน่อย
วัยรุ่นเซ็ง
-----------

DDเพิ่มมาทำAll time highอีกแล้ว
วิ่งไปถึง13.62% ในMql5อยู่ที่14.4%
เป้าที่ตั้งไว้ไม่อยากให้เกิน30-40%


























“ People love to be told what they know already. ” :  P. J. O'Rourke


Goodluck,
Introvert man.

Tuesday, July 09, 2019

ทุกคนได้รับ : โอกาส : ที่ดีที่สุดในชีวิตมาแล้ว

(Photo : catdumb.com)



เมื่อวานก็มีข่าวสื่อต่างๆลงกันว่า
เทรนนิ่งเทรดเดอร์ หรือ อาจารย์เติ้ล
(เค้าคือใคร?ไม่รู้จักเหมือนกัน)
หายตัวไปกับเงิน100ล้านบาท
ผู้เสียหายกว่า100คน
รวมตัวกันแจ้งความเอาผิด
----------

เรามองแล้วความรู้สึกก็คงคล้ายๆทุกคน
เราสงสารผู้เสียหายทุกคน แต่มากไปกว่านั้น
คือเราเสียดาย ทั้งเวลา โอกาส
และสำคัญเลย ที่มาบันทึกไว้คือ
เราเสียดายที่เค้าใช้โอกาสไปเสียเปล่า

เราจำไม่ได้ว่าเคยบันทึกเรื่องนี้ลงไหม
ปกติเรื่องนี้เราพูดย้ำเสมอๆ เกือบตลอดเวลา
และพูดกับทุกๆคนที่เราห่วงใย
เราเตือนทุกคนรอบตัวเสมอๆว่า
แค่เราๆนะเกิดมาครบ32เนี่ย
เราก็มีโอกาสมากกว่าคนอีกมาแค่ไหนแล้ว
ทำไมทำโอกาสให้เสียเปล่า
ยิ่งถ้าใครเกิดมาพร้อมสติปัญญา หรือพรสวรรค์อีก
ยิ่งมีโอกาสมากกว่าใครเค้าเลย
อย่าปล่อยโอกาสให้เสียเปล่านะ

เราเตือนทุกๆคนและตัวเองเสมอ
เพราะเราเห็นหลายๆคนที่เกิดมาพิการตั้งแต่กำเนิด
เค้าไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เลือก
ว่าเค้าต้องการแบบนี้หรือป่าว
ไม่มีโอกาสได้เลือกแม้กระทั่งวันนี้อยากกินอะไร

หรืออย่างตัวเรา เราไม่มีสิทธิ์เลือกเลย
ว่าเราอยากเป็นโรคภูมิแพ้หรือป่าว
ผู้ป่วยทุกคนที่มีโรคประจำตัวคงเข้าใจเป็นอย่างดี
แต่ผู้ป่วยบางโรคก็มีโอกาสในการรักษาตัวได้
จากการเลือกกิน เลือกใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เช่นตัวเรา

เราจึงยิ่งอยากบอกบุคคลใดก็ตาม
ที่ ณ วันนี้คุณเกิดมาสมบูรณ์ไม่มีแม้โรคประจำตัวเล็กๆน้อยๆ
แล้วเลือกใช้โอกาสของคุณไปทำอะไรก็ตาม
ที่คุณมีเป้าหมายจะทำ นั้นเราไม่โต้แย้ง
เพราะเราเพียงแต่อยากแนะน้องๆเพื่อนๆเราเท่านั้น
และเพียงบันทึกความห่วงใย
ไปถึงท่านใดก็ตามที่ได้กำโอกาสไว้ในมือท่านแล้ว
เราอยากให้ท่านใช้สะ ใช้ทำสิ่งใดก็ได้
เราเชื่อว่าสิ่งนั้น
จะเป็นเรื่องที่ดี ไม่กับท่านเอง ก็กับคนอื่นๆ
เพราะเราเชื่อในโอกาส

เราเลยอยากให้ทุกคนตระหนักเรื่องโอกาส
ยิ่งเจอข่าวอาจารย์เติ้ลอะไรนี่แล้วยิ่งตอกย้ำ
ว่าคนที่ปล่อยโอกาสที่เกิดมาสมบูรณ์ให้เสียป่าว
แล้วยังคดโกงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไปอีกนั้น
คุณมีโอกาสได้เลือก และคุณเลือกทางของคุณไปเสียแล้ว
------

สรุปแล้วจริงๆไม่มีอะไร
เพียงมาบันทึกตอกย้ำสิ่งที่คิดและบ่มสอนคนรอบข้าง
ว่าเราทำถูกแล้ว แต่เราไม่ได้มีความดีใจเลย
กลับนั่งเสียใจด้วยซ้ำที่เพื่อนมนุษย์
ผู้ได้รับโอกาสและความไว้วางใจมากมาย
กลับทำลายมันลงอย่างง่ายดาย


ปล. ไม่ก้าวล่วงไปถึงคนที่ใช้โอกาสตามความพึงพอใจส่วนบุคคล ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง เรามิได้ทำตัวเป็นผู้พิพากษาแต่อย่างใด


























“ You have to accept people for who they are. You can guide. You can give people chances. But you cannot hold on to people in fear that you are bad because you can't keep everyone you've hired. ” : Whitney Wolfe Herd


Goodluck,
Introvert man.

Monday, July 08, 2019

Principles : Ray Dalio : Chapter 2

ความเข้าใจส่วนตัว
และความเห็นส่วนตัว
ที่มีต่อการได้อ่าน
Principles ของ Ray Dalio
*ลุง = เรย์
--------






ลุงจบม.ปลายแล้วไปต่อวิทยาลัยC.W. post
และลุงก็ชอบการเรียนที่นี่ด้วย
วิชาเอกคือการเงิน
ทำให้ลุงจบจากที่นี้ด้วยผลการเรียนที่สวยงาม

ลุงได้เรียนรู้การนั่งสมาธิมาจาก
มหาริชชี มะเหศ โยคี
ลุงรักและชอบในการนั่งสมาธิ
ลุงบอกว่ามันช่วยให้สงบและเปิดใจลุงให้กว้างขึ้น

ลุงเรียนเอกการเงินและสนใจด้านFutures
ในเวลานั้นยังไม่มีFuturesของหุ้น พันธบัตร และค่าเงิน
สัญญาซื้อขายจึงเป็นสัญญาสินค้าล่วงหน้าที่ส่งมอบจริง
เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ปศุสัตว์ และหมู

ลุงชื่นชอบแคมเปญโฆษณาของAppleในยุคนั้น
ลุงไปเกณฑ์ทหารและพบว่ามีน้ำตาลในเลือดต่ำ
เลยไม่ต้องไปเป็นทหาร

ในปี1971ลุงจบและเข้าเรียนโรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
Harvard Business School หรือ HBS
และลุงก็ทำงานเป็นเสมียรที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กด้วย
-----------

และในปีเดียวกันนั้นเอง
ประธานาธิปดีNixon
ได้ประกาศปล่อยค่าเงินดอลล่าร์ฯลอยตัวจากทองคำ
ลุงคิดว่าตลาดหุ้นจะตก
แต่ที่ไหนได้มันดีดตัวขึ้น4%
และเพิ่มขึ้นทุกวันจนลุงต้องเอาไปไตร่ตรองต่อ
จนลุงพอว่ามันเคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว

เหตุการณ์นี้มันสอนลุงว่า
"คุณควรจะเข้าใจในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ในเวลาอื่น
และที่อื่นมาก่อน ถ้าคุณไม่ทำตามนั้นคุณจะไม่มีทางเข้าใจ
หากสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับคุณ และถ้ามันเกิดขึ้นคุณจะไม่รู้วิธีการจัดการกับมัน"
---------

เศรษฐกิจและตลาดหุ้นกลับมาคึกคักในปี1972
หุ้นกลุ่มNifty50กำลังเป็นที่นิยม (คล้ายSET50บ้านเรา)
และเกิดวิกฤติน้ำมัน ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ราคาสูงขึ้น
ตลาดหุ้นดิ่งเหวในปี1973

ปัญหาเกิดจากนโยบายeasy-credit
หรือการปล่อยกู้ดอกต่ำเพื่อเพิ่มปริมาณเงินในระบบ
โดยแท้จริงแล้วการพิมพ์เงินออกมาใช้แบบนี้
ทำให้ค่าเงินลดลงอย่างรุนแรง
และราคาโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น
ธนาคารกลางจึงใช้นโยบายรัดเข็มขัด
ทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำถึงขีดสุด
และเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดนับจากปี1929
-------------

ลุงได้ทำงานกับDominick&Dominick
แต่ก็ปิดตัวลงไป
ช่วงเวลานั้นมีข่าวดังคดีวอเตอร์เกต
ทำให้ประธานาธิปดีNixonต้องลาออก
ตลาดหุ้นยังตกอย่างต่อเนื่อง
ลุงได้เจอBarbaraหรือภรรยาของลุงด้วย

ลุงเล่าเรื่องการตัดสินใจที่ผิดพลาดให้ฟัง
ในการเทรดหมูสามชั้นที่เกิดLimit downหลายวัน
ลุงบอกว่ามันสอนลุงว่าลุงจะไม่เดิมพันกับสิ่งๆเดียว
ในการเทรด คุณต้องตั้งรับและเกรี้ยวกราดไปในเวลาเดียวกัน
หากคุณไม่เกรี้ยวกราดคุณจะหาเงินไม่ได้เลย
หากคุณไม่ตั้งรับคุณก็จะรักษาเงินไว้ไม่ได้
การเทรดก็เหมือนทำงานกับไฟฟ้า
บางครั้งก็ต้องเจอไฟช็อตบ้าง
-----

ลุงก็ได้ตำแหน่งงานใหม่ในShearson
เป็นการป้องกันความเสี่ยงของธุรกิจจาการลงทุนซื้อขายล่วงหน้า
ลุงก็พัฒนาตัวเองไปจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ลุงเดินทางบ่อย คลุกคลีกับผู้ค้า
ผู้เลี้ยง และลุงพูดเหมือนลุงถูกไล่ออก
มีการชกต่อยกับเจ้านายด้วย
ในปี1975ลุงก็ก่อตั้งBridgewater

ยังคงมีลูกค้าหรือผู้ค้าคนเดิมๆ
ที่ยังชอบลุงและต้องการคำปรึกษาจากลุงอยู่ด้วย
ลุงบอกว่าชื่อมาจากตอนนั้นเรากำลังสร้างสะพานข้ามน้ำ
ลุงใช้อพาร์ตเมนต์สองห้องนอนเป็นสำนักงานแรก
ลุงมีความสุข 1977ลุงแต่งงาน
ย้ายบ้านและบริษัทไปแมนฮัตตัน
มีลูกค้าจากรัสเซียเข้ามา
ตอนนั้นเหมือนยังเป็นUSSR
หรือโซเวียตอยู่
ลุงก็พาเมียไปเทียวด้วยไปในตัว
---------------

เข้าสู่โหมดการลงทุนของลุง
ลุงขยันและสุดยอดมากๆ
ลุงนำเอาตัวเลขทุกอย่างที่สัมพันธ์กันมาบันทึก
และเก็บข้อมูล และประมวลข้อมูลออกมา
เช่น แปลงค่าระดับน้ำฝน เพื่อประมาณผลผลิต
พอเรารู้เราก็จะได้ประมาณค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาผลผลิต
และตลอดไปจนถึงการเลี้ยงปศุศัตว์
ตั้งแต่มีชีวิตไปตลอดจนกลายเป็นซากสัตว์ที่ชำแหละแล้ว

จนลุงได้ออกมาเป็นเครื่องจักรที่ยอดเยี่ยม
ที่จำลองกฏการตัดสินใจ(หลักการ)ให้เกิดขึ้นในใจลุงได้
แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีการขาดทุน
ลุงขาดทุนกว่า$100,000
เพราะตอนนั้นลุงมั่นใจมากว่าจะไม่มีทางขาดทุน
เรื่องราวนั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับลุงและลูกค้าของลุง
และได้สอนลุงเช่นเคย
ลุงได้ทำเรื่องพิดพลาดมากมาย
กว่าลุงจะเปลี่ยนพฤติกรรมของลุงได้
------

ลุงก็มีลูกค้าเป็นผู้เลี้ยงไก่รายใหญ่ที่สุด
และผู้ซื้อเนื้อวัวรายใหญ่คือMcDonald's
แล้วช่วงนั้นเค้ากำลังจะออกนักเก็ตไก่
แต่กังวลเรื่องราคาไก่
ลุงก็แก้ปัญหาโดยการใช้สัญญาซื้อขาย
ข้าวโพดและถั่วเหลืองล่วงหน้า
เพื่อกำหนดราคาต้นทุนราคาอาหารที่นำมาเลี้ยงไก่
จนทำให้McDonald'sมีนักเก็ตไก่อร่อยๆในทุกวันนี้
ชาบูลุงไป1ที

1978ลุงมีลูกชายให้ชื่อว่าDevon
เป็นชื่อวัวสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์รู้จัก

เราสรุปว่าตลอดเวลาที่ลุงทำงานซื้อขายล่วงหน้านี้
ลุงให้เครื่องจักร หรือระบบข้อมูลที่ลุงสร้างและพัฒนาอยู่
เป็นตัวตัดสินใจร่วมกับลุงมาตลอด
และให้ผลที่ออกมาดีด้วย ดีมากกว่าแย่ไงง่ายๆ
และลุงก็พัฒนาเจ้าตัวนี้มาเรื่อยๆ
ลุงบอกว่าปัจจุบันมันแตกต่างกับตัวแรกเริ่มที่ลุงเล่าแล้ว
ตัวที่ลุงเล่าอยู่นี้ลุงบอกเป็นตัวง่ายๆเลย

เป็นว่าลุงเริ่มมีหลักการจากตรงนี้
และใช้ปฎิบัติเรื่อยมา
ถ้าเข้าใจไม่ผิด
------------



โอเค อ่านเองเข้าใจเอง
ตีความตามความเข้าใจเราเอง
อาจจะมั่วบ้าง ก็ไม่ขอโทษใครแล้ว
บทความต่างๆนี้บันทึกไว้อ่านเองภายหลัง
และเอาไว้เทียบกับการกลับมาอ่านรอบที่2-3-4-5
บางอย่างอาจเปลี่ยนไปตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ เวลา
ลุงบอกให้เปิดสมองอ่าน
ต้องไปหาเลื่อยมาแหกกระบาลเสียแล้ว ฮ่าๆ


ปล. ยาวเหยียดเลย แต่ก็สนุกดี ชีวิตลุงเห็นได้อย่างคือลุงขยัน และมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างกับเรามากๆ ซึ่งเราน่าจะเดินทางสายลุงไม่ได้100% แต่คิดว่าเอาอย่างละนิดละหน่อยไปปรับใช้ได้



















“ When you look in the mirror, what do you see? Do you see the real you, or what you have been conditioned to believe is you? The two are so, so different. One is an infinite consciousness capable of being and creating whatever it chooses, the other is an illusion imprisoned by its own perceived and programmed limitations. ” : David Icke


Goodluck,
Introvert man.

Sunday, July 07, 2019

Principles : Ray Dalio : Chapter 1

ความเข้าใจส่วนตัว
และความเห็นส่วนตัว
ที่มีต่อการได้อ่าน
Principles ของ Ray Dalio
*ลุง = เรย์
--------



ลุงเกิดในปี1949
พ่อเป็นนักดนตรีแจ๊ส
คุณพ่ออายุ81เป็นโรคหัวใจ อยู่ต่อได้อีกราว10ปีให้หลัง
แม่เป็นแม่บ้าน คุณแม่เสียตอนลุงอายุได้19

ลุงไม่ชอบไปโรงเรียน
ลุงจำข้อมูลลอยๆไม่ค่อยได้
ลุงชอบทำสิ่งที่ลุงชอบ
อ่านแล้วเหมือนลุงไม่ค่อยชอบให้ใครใช้งาน
ลุงมีความเป็นตัวเองสูง
ลุงใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป
และได้เงินจากการลงทุนในตลาดหุ้น
ช่วงที่ตลาดหุ้นHotด้วย
ทำให้ชีวิตวัยรุ่นของลุงนั้นค่อนข้างเที่ยวเก่ง

ลุงลงทุนตั้งแต่อายุ12
ในหุ้นของNortheast Airlines
ตอนต่ำกว่า$5
แล้วมันก็พุ่งขึ้นไปเยอะมาก
ซึ่งลุงไม่รู้ว่ามันกำลังจะล้มละลาย
แล้วดันมีบริษัทเข้ามาซื้อกิจการทั้งหมดไป
ราคาหุ้นเลยพุ่ง
ลุงรวยขึ้น3เท่าเลยนะ

แต่ต่อให้ลุงชอบไปเที่ยว
แต่ลุงก็ขยันทำงานเล็กๆน้อยๆเก็บเงิน
และยังขยันหาข้อมูลตลอด
เป็นนิสัยที่ดีเลย
ไม่ใช่กำไรแล้วก็ไม่เอาอะไรแล้ว
จะปล่อยให้เงินทำงาน
---------

ช่วงนั้นตลาดหุ้นสหรัฐร้อนแรงมาก
ทำให้DCAเป็นที่นิยม คือถัวเฉลี่ยซื้อทุกๆเดือน

ลุงบอกว่าลุงกลัวความน่าเบื่อหน่าย ความธรรมดา
ลุงใช้คำว่ากลัวนะ น่าสนใจแหะ
ลุงบอกว่าลุงเป็นนักคิดที่มีแนวโน้มจะเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเสมอๆ
ลุงกลัวความธรรมดามากกว่ากลัวความล้มเหลว

ในปี1966 เป็นปีสุดท้ายของมัธยมปลาย
ตลาดยังทำเงินได้มาก
แต่ลุงไม่รู้เลยว่าปีนั้นเป็นปีที่ดีที่สุดของตลาดหุ้น
หลังจากนั้นที่ลุงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตลาดหุ้น
ได้รับการพิสูจน์ว่ามันผิด
-----------

โอเค อ่านเองเข้าใจเอง
ตีความตามความเข้าใจเราเอง
อาจจะมั่วบ้าง ก็ไม่ขอโทษใครแล้ว
บทความต่างๆนี้บันทึกไว้อ่านเองภายหลัง
และเอาไว้เทียบกับการกลับมาอ่านรอบที่2-3-4-5
บางอย่างอาจเปลี่ยนไปตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ เวลา
ลุงบอกให้เปิดสมองอ่าน
ต้องไปหาเลื่อยมาแหกกระบาลเสียแล้ว ฮ่าๆ


ปล. ปูเรื่องมาแล้ว DNAและตัวตนของลุงน่าจะต่างกับตัวตนของเราถ้าเทียบ1-10ก็น่าจะต่างกันระดับ7ได้เลย มีเพียง3ส่วนที่คล้ายๆเราสมัยวัยรุ่น



















“ Happiness is actually found in simple things, such as taking my nephew around the island by bicycle or seeing the stars at night. We go to coffee shops or see airplanes land at the airport. ” : Andrea Hirata


Goodluck,
Introvert man.

ลัทธิ หรือ ศาสนา : เต๋า

(Photo : wikiwand.com/)


ลัทธิเต๋า(เต๋าเจีย)
หมายถึง "มรรคา" สื่อไปในแง่ของวิถีทางและหลักการ
หมายถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เกิดมีขึ้นเอง เป็นนิรันดร์ ไร้ชื่อเรียกขาน
และไม่สามารถอธิบายได้ สิ่งนี้เป็นทั้งจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง
และเป็นวิถีที่ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปตาม

แต่ในสมัยนี้กลายพันธุ์ไปเป็นศาสนาแล้ว
ส่วนตัวชอบในสมัยที่ยังคงเป็นปรัชญา
มีความต้องการผสานมนุษย์ไปตามธรรมชาติ
โดยไม่ขัดขืนและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

ลัทธิเต๋าให้ความสำคัญกับกฏธรรมชาติ
และไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเกี่ยวข้อง
ศาสนาเต๋ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรม
งานวิจัยที่เราเคยอ่านเค้าบอกว่า
ศาสนาเต๋านำเอาแนวคิดเกี่ยวกับ
ชีวิตและธรรมชาติของลัทธิเต๋ามาประยุกต์ใช้
-------

เล่าจื้อเองผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศาสดา
ในขณะที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยประกาศตัวเป็นศาสดา
และไม่เคยประกาศตั้งศาสนาเต๋า

เราชอบบทคำสอนของเล่าจื้อในหลายๆส่วน
แม้ผ่านกาลเวลามานานมากก็ยังนำมาปรับใช้ได้
โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้
ช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มห่างเหินธรรมชาติไปในทุกวัน

เล่าจื๊อสอนไว้ว่า
”คนดีที่สุดมีลักษณะเหมือนน้ำ น้ำทำประโยชน์ให้แก่ทุกสิ่ง และไม่พยายามแก่งแย่งแข่งดีกับสิ่งใดๆ เลย น้ำขังอยู่ในที่ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นที่ใกล้เต๋า…”

เล่าจื๊อได้กล่าวไว้ว่า
ชาวโลกทั้งปวงกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นนักปราชญ์
ข้าพเจ้าหาได้เป็นดังคำกล่าวของคนทั้งหลาย
แต่ข้าพเจ้ามีสมบัติอันเป็นแก้ว 3 ประการ อยู่ในตัวข้าพเจ้า
ที่คนทั้งหลายควรดูแลและรักษากันไว้ให้ดีคือ
1. ความเมตตากรุณา
2. ความกระเหม็ดกระแหม่(มัธยัสถ์)
3. ความอ่อนน้อมถ่อมตน
เพราะมีความเมตตากรุณา บุคคลก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
เพราะมีความกระเหม็ดกระแหม่ บุคคลก็ร่ำรวยได้
เพราะมีความอ่อนน้อมถ่อมตน บุคคลก็สามารถมีสติปัญญาเจริญเต็มที่ได้
ถ้าละทิ้งเมตตากรุณา รักษาไว้แต่ความกล้าหาญ
ถ้าละทิ้งความสำรวม รักษาไว้แต่อำนาจ
ถ้าละทิ้งการตามหลัง แต่ชอบรุดออกหน้า เขาก็ตาย
-------------

ถ้ามองอีกมุมก็อาจจะบอกได้ว่าเล่าจื้อนั้นโง่เกินไป
ไม่เข้าใจธรราชาติและจิตใจของมนุษย์เอาเสียเลย
หรือจะมองว่าเล่าจื้อนั้นเข้าใจจนลึกซึ้ง
จึงอยากให้มนุษย์พ้นทุกข์กิเลศทั้งหลาย
ที่เกิดจากการไม่ปล่อยวางในชีวิต

มุมมองต่างๆก็มีการผสานหลายๆศาสนาเข้ามาด้วย
ทั้งพุทธ เทวนิยม อเทวนิยม ไสยศาสตร์ และอื่นๆมากมาย
จริงๆพื้นฐานที่เกิดจากปรัชญานั้นดีแล้ว
อาจจะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียสมัยนั้น
หรือไม่ว่าอย่างไรวันนี้มันถูกเปลี่ยนแปลงไปมาก

ส่วนตัวก็เลยยังชอบศึกษาปรัชญา
ไม่ว่าจะชาติพันธุ์ไหนก็ตาม
มนุษย์เรานั้นแทบไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย
ยังคงวนเวียนอยู่กับโลภะมากมาย
แค่โลภะนั้นเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไปตามเวลา
แต่ยังคงมอมเมามนุษย์ได้ร่ำไป

ทั้งศาสนาพุทธและเต๋าที่เราชอบเป็นพิเศษนั้น
เรามองว่าจริงๆแก่นกลางของทั้งสองนั้นดีมาก
ดีมากแล้ว แต่มนุษย์นั้นยังคงไม่พอ
จึงเติมแต่งพลังวิเศษและอิทธิฤทธิ์เข้าไปมากมาย
จนกลายพันธุ์กันไป
และทั้งยังผสมข้ามสายพันธุ์กับความเชื่ออื่นๆด้วย
จนกลายร่างมาเป็นอย่างทุกวันนี้
เราได้แต่รำพึงว่า"น่าเสียดายนัก"


















“ Believe in yourself! Have faith in your abilities! Without a humble but reasonable confidence in your own powers you cannot be successful or happy. ” : Norman Vincent Peale


Goodluck,
Introvert man.