Tuesday, January 29, 2019

Read&Write : แนวคิดเกี่ยวกับการบริหาร : Chapter 2-1

(Photo : nnarawit.blogspot.com)


แนวคิดเกี่ยวกับการบริหาร
แบ่งออกเป็น 4ตอน
รอบนี้เป็นตอนที่2
แยกย่อยออกเป็น 2-1 และ 2-2
เนื้อหาเยอะเดียวอ่านกันตาลาย
ไปลุยตอนที่ 2-1 กันเลย
--------


หน้าที่ของการบริหารมี4อย่าง

1.) การวางแผน รวมๆจะเกี่ยวกับอนาคตขององค์การ เค้าบอกว่าองค์การที่สำเร็จส่วนใหญ่
มองเห็นหรือสามารถทำนายอนาคตขององค์การที่จะเกิดขึ้น มากกว่าที่จะรอตั้งรับผลกระทบ
การปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลง จุดเริ่นต้นที่ดีของความสำเร็จขององค์การคือ
การวางแผนที่เหมาะสม แม่นยำ ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ
-----


2.) การจัดองค์การ จะเป็นเรื่องการจัดลำดับหน้าที่ขององค์การให้มีประสิทธิภาพและสามารถบรรลุเป้าหมายได้
มีการกำหนดโครงสร้างองค์การ ขอบเขตการควบคุม ตลอดจนสายการบังคับบัญชาให้เหมาะสม
การจัดการนี่จะมีเรื่องมากหน่อยเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องอำนาจและคน
และเรื่องขอบเขตการควบคุมมี2แบบ แบบกว้าง กับ แบบแคบ
  -- แบบแคบส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำงานในระดับสูง-กลาง เพราะมีการรวมอำนาจและผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพ(ไม่ได้ต้องการอิสระมาก)
  -- แบบกว้างก็ตรงข้ามกัน เน้นการทำงานระดับล่างมีการกระจายอำนาจ
ถ้างงนะดูตามภาพเลยง่ายๆ

ยังไม่จบนะยังมีเรื่องเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายแนะนำปรึกษาอีกด้วย
ความสัมพันธ์ของสองฝ่ายนี้เป็นความสัมพันธ์ที่สำคัญมากขององค์การ
ก็ตามชื่อฝ่ายปฏิบัติการเนี่ยรับผิดชอบโดยตรงต่อความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การ
ฝ่ายให้คำแนะนำปรึกษา ช่วยเหลือสนับสนุนฝ่ายปฏิบัติการให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น เรามีผู้จัดการทั่วไปใหญ่ที่สุด
ผู้จัดการฝ่ายวิจัย ก็ขึ้นตรงกับผู้จัดการทั่วไป
แต่ผู้จัดการฝ่ายวิจัย ก็มีหน้าที่ให้คำปรึกษาผู้จัดการฝ่ายการตลาดด้วย
แต่ไม่มีหน้าที่สั่งการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ได้เพียงแค่สนับสนุนกัน
เพราะผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่ายจะขึ้นตรงกับผู้จัดการทั่วไปเท่านั้น
ง่ายๆเนอะ ไปต่อได้เลยจบละ
-----


3.) การนำ ก็ตามชื่อเป็นการชักจูง หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนังการในองค์การร่วมกันปฏิบัติงาน
ไปตามเป้าหมายที่กำหนดให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพพ
การนำขึ้นอยู่กับผู้นำและวัฒนธรรมองค์การด้วย คือถ้าผู้นำเผด็จการก็ตามนั้น
ผู้นำอิสระเสรี คงหายากหน่อย ผู้นำประชาธิปไตย

แต่อย่างไรก็ตามเค้าบอกว่ามนุษย์ไม่ชอบรับคำสั่ง เพราะงั้นการนำจึงต้องมีศิลปะโดยทำให้ผู้รับคำสั่งมีความรู้สึกว่าคำสั่งนั้นเป็นส่วนรวมไม่ได้เป็นการส่วนตัว เรื่องขององค์การเป็นเรื่องของทุกฝ่าย
ต่างฝ่ายต่างต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน

เพราะงั้นสรุป การนำที่ดีต้องอาศัยจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสม การมีสายตาค้นหาศักยภาพของบุคคล
หรือการจัดทีมงานเพื่อสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม
-----


4.) การควบคุม เราต้องควบคุมองค์การให้ไปตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ
หลักในการควบคุมและกำกับการบริหารองค์การ ก็ต้องมีการติดตามวัดผล ปรับปรุงแก้ไขและป้องกัน
แนวทางในการควบคุมที่เหมาะสม ซึ่งการที่ผู้บริหารจะควบคุมทุกอย่างเป็นไปได้ยากมาก
เพาะงั้นควรควบคุมอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง
และไม่จำเป็นต้องทำทุกขั้นตอน เอาเฉพาะจุดสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
ระบบการควบคุมต้องยืดหยุ่นและประหยัดอยู่บนพื้นฐานของที่กล่าวไปข้างต้น
ประมานนี้แหละ อย่างที่รู้ๆกันเนอะผู้บริหารคงมาดูทุกๆอย่างเองไม่ได้หมด
-----
--------


บทบาทของการบริหาร
มีบทบาท3ด้าน เป็นอย่างน้อย

1.) บทบาทด้านการตัดสินใจ เน้นๆเลยคือจัดการองค์การเมื่อเจอสิ่งรบกวนที่ไม่คาดคิด และติดต่อเจรจากับองค์การอื่นๆ
มีทั้ง "การตัดสินใจแบบมีฐานโครงสร้าง" ก็คือมีการวิเคราะห์หรือคิดกันไว้แล้วว่าจะตัดสินใจแบบนี้แบบนั้นตามข้อมูล และการสนับสนุนนด้านอื่นๆ
และ "การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง" คือเหมือนแบบด้านบนแต่บางส่วนของด้านบนไม่สามารถทำได้ เลยต้องแก้ปัญหาตรางส่วนนั้นต่อไป
สุดท้าย "การตัดสินใจแบบไม่มีโครงสร้าง" มีความซับซ้อนไม่มีเครื่องมีช่วย มักเป็นปัญหาของผู้บริหารระดับสูง ต้องใช้สัญชาตญาณและประสบการณ์ของผู้บริหาร
-----


2.) บทบาทด้านข้อมูลและสารสนเทศ คือมี "ผู้ตรวจสอบ" ตรวจสอบข้อมูลค้นหาและรับข้อมูลมา ทำให้เกิดความเข้าใจในองค์การและสภาพแวดล้อมภายนอกที่ถูกต้อง
มี "ผู้เผยแพร่" ส่งข้อมูลจากภายนอก หรือจากหน่วยงานย่อยเข้ามาให้กับสมาชิกในองค์การ
และ "โฆษก" มีบทบาทที่จะส่งข้อมูลไปยังภายนอก ตามแผนหรือนโยบายขององค์การ
-----


3.) บทบาทด้านมนุษยสัมพันธ์ เช่นผู้บริหารก็มี บทบาทการเป็นหัวหน้า มีหน้าที่เป็นตัวแทนองค์การ
หรือบทบาทการเป็นผู้นำ กำหนดวิสัยทัศน์สร้างแรงบันดาลใจ
หรือเป็นผู้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก หรือองค์การต่างๆ
ทั้งนี้ผู้บริหารที่ดียังต้องสามารถเป็นผู้นำได้ในทั้งยามปกติและยามวิกฤต
-----
--------






ปล. ทั้งหมดเขียนตามความเข้าใจล้วนๆ อันไหนเข้าใจผิดขอภัยด้วย วันไหนเข้าใจถูกจะเข้ามาแก้ไขให้ถูกต้องที่สุดต่อไป




















“ My attitude is, a monument, a statue, ought to signify unity instead of division. ” : Bill Nelson


Goodluck,
Introvert man.

Monday, January 28, 2019

Read&Write : แนวคิดเกี่ยวกับการบริหาร : Chapter 1

(Photo : tmc.rmutt.ac.th)


แนวคิดเกี่ยวกับการบริหาร
แบ่งออกเป็น 4ตอน
รอบนี้เป็นตอนที่1 ไปลุยกัน
--------


ตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เป็นเรื่อง "ความหมายและความสำคัญของการบริหาร"
-- สรุปง่ายๆความหมายของการบริหารคือ
การเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นเป้าหมายเพื่อความชัดเจน ฝ่ายปฏิบัติจะได้สามารถจัดการได้ต่อไป
-- ส่วนกระบวนการบริหารก็มี วางแผนกำหนดนโยบาย จัดการบุคลากร
นึกภาพท่านผู้นำ หรือCEO หรือนายกก็ได้ อะไรที่เป็นผู้นำของสิ่งใหญ่ๆนั่นแหละ

แต่มีข้อสำคัญที่ทำให้แตกต่างกับผู้จัดการตรงที่
ผู้บริหารต้องดำเนินสิ่งเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด
และงานนั้นต้องต่อเนื่องเป็นระบบ
และเติบโตต่อไปได้ด้วยการร่วมมือกันของทุกฝ่าย
คือไม่ใช่สักแต่จะใช้งาน
แต่ต้องรู้จักจูงใจฝ่ายต่างๆให้ร่วมประสานงานกันจนลุล่วง
--------------


ตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเช่นกัน เป็นเรื่องคำว่า "องค์การ กับ องค์กร"
สรุปง่ายๆ องค์กรคือส่วนย่อยขององค์การ
องค์กร ภาษาอังกฤษ Organ
องค์การ ภาษอังกฤษ Organization
องค์การจะจัดระเบียบสิ่งที่ทำหน้าที่แตกต่างกันให้สัมพันธ์กันประสานกันไปตามเป้าหมายร่วมกัน
เปรียบเทียบองค์กรเป็นฟันเฟืองต่างๆทำหน้าที่แตกต่างกันไปพอนำมาประกอบกันและทำให้มันใช้งานได้อย่างเป็นระบบระเบียบนั่นก็คือ องค์การ โดยอาศัยหลักการบริหาร
------------------


ส่วนนี้ก็เป็นเรื่อง "ความเหมือนและแตกต่างระหว่างองค์การภาครัฐและองค์การภาคเอกชน"
เรื่องนี้โดยสรุปองค์การทั้งสองเนี่ยมีหลักการใหญ่ๆเหมือนกันเลย
เพียงแต่ในรายละเอียดปลีกย่อยนั้นมีความแตกต่างกัน เดียวจะยกตัวอย่างดู เช่น
-- วัตถุประสงค์และเป้าหมายอันนี้ชัดเจนเลย
รัฐต้องสร้างความเท่าเทียม และความผาสุกของประชาชน
เอกชนมุ่งเน้นกำไรเป็นหลัก เรื่องรองก็ช่วยเหลือสังคมเล็กน้อย
-- เงื่อนไขสำคัญของกลไกการบริหาร
รัฐนี่กลไกการเมืองมักเข้ามาชี้นำการบริหารมากกว่าประชาชน
เอกชนจะถูกชี้นำด้วยกลไกการตลาด ที่ถูกกำหนดด้วยความพึงพอใจของลูกค้า(ประชาชนนั่นเอง)
-- ทิศทางองค์การ
รัฐนี่ก็มักถูกแทรงแซงจากการเมือง เพื่อความอยู่รอดของนักการเมือง
เอกชนสามารถกำหนดทิศทางเองได้ เพื่อความอยู่รอดขององค์การ

แล้วก็ยังมีความแตกต่างเรื่องอื่นๆอีกเช่น
ความไวต่อสภาพแวดล้อมทางการตลาด
สภาพแวดล้อมทางด้านกฏระเบียบที่ใช้ควบคุมก็ต่างกัน
โครงสร้างภายในและกระบวนการทำงานก็ต่างกัน
ความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ทั้งหมดส่งผลให้ทั้งสององค์การมีนโยบาย กระบวนการปฏิบัติและการพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เค้าได้ยกตัวอย่างนโยบายค่าแรง300บาทขึ้นมาด้วย คิดว่าหมายถึงส่งผลดีต่อรัฐ
แต่ส่งผลเสียต่อภาคเอกชนมากจนต้องหากลยุทธ์และปรับตัวเพื่ออยู่รอด
และเค้ายกเรื่องรถคันแรกมา ว่าส่งผลเสียต่องบประมาณภาครัฐกว่าแสนล้านบาท
แต่ส่งผลดีต่อภาคเอกชน เหมือนว่าจะสลับๆกันไป
------------------------


แต่เราคิดว่าถ้ามองเป็นรายองค์กรแล้วดูท่าจะ เอิ่มมม
แต่ถ้ามองในมุมองค์การก็คงดีละมั้ง ฮ่าๆๆ
อันนี้ไม่ได้โยงการเมืองอะไรนะ หนังสือเขียนมาว่าไปตามนั้น ไม่ดราม่าดักไว้ก่อน

ครั้งต่อไปคิดว่าคงเป็นเรื่องการบริหารเต็มๆแล้ว
ครั้งนี้เป็นแค่การเกริ่นนำเรื่องเฉยๆ
รายละเอียดเลยยังไม่เยอะ




ปล. ทั้งหมดเขียนตามความเข้าใจล้วนๆ อันไหนเข้าใจผิดขอภัยด้วย วันไหนเข้าใจถูกจะเข้ามาแก้ไขให้ถูกต้องที่สุดต่อไป




















“ As I enter a new phase of life and my circle broadens, I start learning new things. ” : Kapil Dev


Goodluck,
Introvert man.

Saturday, January 26, 2019

CWS-2019 : จบWeek4 : Out of comfort zone


https://www.myfxbook.com/members/Cassowaryleague/cws-2019-swingtrade-imht-pipatara/2793222
เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์
-------------------



พอร์ทCassowaryสัปดาห์ที่ผ่านมาเราคัททิ้งไปครั้งใหญ่
เพราะติดดอย และมีความคิดแว๊บเข้ามาในหัวว่า
เราควรปรับเปลี่ยนอะไรบ้างแล้ว
ถ้ายังคงเทรดแบบนี้ต่อไปแย่แน่ๆ
เราคงไม่ได้พัฒนาอะไรดังใจที่หวังไว้

เราเลยทำการยกเครื่องใหม่เลย
ทำการปรับเปลี่ยนแผนการหรือกลยุทธ์ใหม่
โดยเอาพอร์ทแข่งปี2019นี้เป็นForward testเลย
เพียวๆแบบไม่ได้Back testด้วย
เพราะสิ่งที่กำลังจะทำหลังจากนี้ต่อไป
จะเป็นการเทรดที่ไม่เคยทำมาก่อน
เพียงแค่คิดไว้ในหัวเล่นๆ บวกกับเรายังไม่กล้า
ออกจากcomfort zoneของตัวเอง
แต่....คงได้เวลาแล้วหล่ะ

หลังเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป
คงได้เห็นอะไรใหม่ๆจากเราบ้าง
ไม่คัทกระจายก็บวกกระจุย
------------

เรามองDDเอาเป็นแกนก่อนละกัน
และReturnมาทีหลัง
โดยมีหลักการสำคัญเลยคือ
"ถ้าDDถึง100centให้คัททิ้งทั้งหมดทันที"
กำไรจะติดลบหรือป่าวไม่ต้องสนใจ
ถ้าDDพุ่งถึง...ให้ตัดจบ แล้วมาเริ่มใหม่

เราคิดว่าตรงนี้จะพอช่วยเรื่อง
กติกาที่ห้ามอมของเกิน90วันได้
เพราะนิสัยเราปกติแล้วจะชอบอมของ
ทองเราอมไว้1347ยาวๆ เดือนหน้าถือครบ1ปีละ


การคัทจบแบบนี้เราไม่เคยทำเลย
เรียกว่า2-3ปีที่ผ่านมาไม่มีความคิดนี้เลย
เพราะเราถือดอยอย่างเดียว วางเงินไว้จบไม่ต้องคัทอะไร
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป เราคงต้องเปลี่ยนการทำกำไรตามไปด้วย
คิดไว้เล่นๆคือ เบิ้ลล็อต ไปเลยง่ายดี
แต่เดียวต้องดูก่อนว่ายังไงดี ตอนนี้คุมDDตามแผนไป

รู้สึกสนุกขึ้นมาอีกแล้วสิ่
น่าจะได้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆก็ครั้งนี้
ถ้าเวิร์ค น่าจะเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะเลย
แต่ถ้าล้มเหลวก็ยิ่งสนุกไปอีก
เพราะเราดื้อ ยังไงก็จะหาหนทางทำมันจะสำเร็จให้ได้
ไม่ว่าปีนี้หรือปีหน้า หรือปีต่อๆไปก็ตาม
เพราะรางวัลที่ได้รับมันจะยิ่งใหญ่กว่าตัวเงินแน่นอน



















“ Luck is a very thin wire between survival and disaster, and not many people can keep their balance on it. ” : Hunter S. Thompson


Goodluck,
Introvert man.

Monday, January 21, 2019

Runtastic : 50โลแรก



อากาศแถวที่เราอยู่ช่วงนี้ไม่ค่อยดีเลย
ถึงขั้นแย่เลย ติดอันดับTop3ของประเทศ
แล้วเราต้องออกไปวิ่งข้างนอก
เลยเลือกช่วงเวลาเหมาะๆ เท่าที่คิดว่าอากาศจะดีที่สุด
และวิ่งให้ได้ระยะมากที่สุด จะได้ไม่ต้องออกไปบ่อย
ทำให้เป้าหมายสำหรับเดือนนี้ครบกำหนดแล้ว

ก็คงพักยาวออกไปวิ่งอีกทีคงเดือนหน้า
หรือช่วงที่อากาศดีขึ้นกว่านี้
เราเป็นภูมิแพ้แน่นอนอยู่แล้ว
จำเป็นต้องรักษาปอดเอาไว้ก่อน



Avg. Pace ยังคงอยู่ที่7กว่า
เพราะหยุดวิ่งไปนาน และกลับมาวิ่งก็หยุดๆหายๆ
จากสภาพอากาศด้วยอะไรด้วย
พยายามวิ่งให้ดีที่สุดแล้วได้เท่านี้
กลางปีค่อยว่ากัน ให้ฝุ่นหายไปก่อน




















“ I can think. I can sleep. I can move. I can ride my bike. I can dream. ” : Bill Walton


Goodluck,
Introvert man.

Sunday, January 20, 2019

Ready player one : มันมาจากไหน

(เราชอบฉากนี้เอง แคปมาจากหนัง)
(เป็นรอยยิ้มที่เราว่าออกมาจากใจจริงๆ ผสมผสานหลากหลายอารมณ์และความรู้สึกในรอยยิ้มเดียว)



เหมือนเดิมอย่าคาดหวังความรู้หรือข้อมูลจากเราเลย
เราพยายามเขียนทุกอย่างจากความรู้สึกและความคิดเราจริงๆ
พยายามไม่เสริมแต่งมากเกินไป ให้มันออกมาrealที่สุด
และพยายามทำตามสิ่งที่คาดหวังให้ได้ในชีวิตนี้
------------------

วันนี้มีโอกาสได้พักผ่อนเลยเลือกกลับไปดูหนัง
เรื่อง Ready player one
ซึ่งมีประโยคเด็ดของหนังที่พูดในตอนจบคือ
"reality is the only thing that's real"
และที่Hallidayพูดไว้ตอนให้ไข่อีสเตอร์
"reality is real"


ได้ทำให้เราคิดถึงเรื่องของตัวเอง
และผู้คนรอบกายของเรา
คงไม่มีใครอยากลงเอยเช่นเดียวกับHalliday
แต่แน่นอนทุกวันนี้โลกผลักดันให้เราเป็นอย่างนั้น
จะเปรียบโลกเป็นOasisได้ไหม
จะเปรียบเราตื่นนอนเป็นการเข้าไปในเกมส์ได้ไหม
จะเปรียบการเก็บเหรียญเป็นการหาเงินได้ไหม
Planet doom ก็คงจะเป็นตลาดทุนที่คนฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้เงิน
และรางวัลใหญ่ที่มีคนเอามาวางล่อตาล่อใจเรา

ที่เราบอกว่าโลกผลักดันเรา
เพราะไม่ใช่เราผลักดันตัวเอง
กติกาพวกนี้ถูกวางมาไว้ก่อนเราเกิด
เราเกิดมาจึงต้องเล่นตามเกมส์
ตรงนี้จึงทำให้เราฉุกคิดได้ว่า
มนุษย์เราเกิดมาในสมัยก่อน
เราต้องการเพียงไม่กี่อย่างให้ดำรงพันธุ์
แต่ทุกวันนี้เราถูกหลอมไปด้วยความคิดเห็น
และความต้องการจากคนอื่นๆรอบตัวเรา
มันไม่ได้เกิดจากตัวเราเองจริงๆหรอก
มันถูกโปรแกรมเข้ามา และก็ใช้งานเราเท่านั้น
ทุกวันนี้ความต้องการของมษุนย์มากเกินไปไหม

สำหรับใครอื่นเราไม่อาจไปรู้
แต่ในมุมมองเรา เกมส์มันออกแบบมาแล้ว
เราเป็นผู้เล่นในเกมส์นี้แล้ว
เราปฏิเสธหรือหนีออกไปไม่ได้
เราต้องตายในโลกจริงเท่านั้น เกมส์ถึงจะจบ
ถ้าเช่นนั้นเราจึงต้องตั้งใบเรือให้ถูกทิศ
แล้วไหลไปกับโลกนี้ให้สบายๆ

ณ ตอนนี้เรือของเรามุ่งหน้าชัดเจน
เราพัฒนาตัวเอง พัฒนาคนรอบข้างใกล้ชิด
ไล่ระดับออกไปจนถึงบุคคลอื่นๆที่เราไม่รู้จัก
ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนคือ "เราและครอบครัวมีความสุข"
ส่งต่อความสุขออกไปยังสังคมถ้าทำได้
ปลูกฝังทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีให้ลูกหลาน
ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ออกไปเป็นแรงกระเพื่อม
โดยคาดหวังว่าในอนาคตมันจะขยายวงกว้างไปเรื่อยๆไม่รู้จบสิ้น

และแน่นอนสิ่งสำคัญคือ "ไหลไปตามเกมส์"
เกมส์นี้ต้องใช้เงินในการแสวงหาเป้าหมายของเรา
เช่นนั้นเราก็ไปตามมัน จนกว่า....
วันนึงกติกาของเกมส์นี้จะเปลี่ยนไป

หากวันนี้ใครทุ่มเท จนละเลยสิ่งสำคัญในชีวิตไป
ไม่ว่าอะไรหรือใครจะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคุณ
ขอให้วันที่อ่านบทความนี้คุณได้โทรไป...
หรือแสดงความรู้สึกดีๆ ให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ
มอบพลังด้านบวกให้กัน บอกรักเค้าในวันที่คุณยังสามารถทำได้

ขอให้มีความสุขกับวันหยุดพักผ่อนกันทุกคน
------------------


เรารู้สึกอย่างไรก็เขียนเช่นนั้นออกมา
อาจจะไม่เข้าใจหรือสับสนบ้าง ขออภัยด้วย
ถ้ามีเพิ่มเติมจะเข้ามาแก้ไขให้สมบูรณ์ภายหลัง



















“ Remember there's no such thing as a small act of kindness. Every act creates a ripple with no logical end. ” : Scott Adams


Goodluck,
Introvert man.

Saturday, January 19, 2019

CWS-2019 : จบWeek3 : เก็บเกี่ยว

https://www.myfxbook.com/members/Cassowaryleague/cws-2019-swingtrade-imht-pipatara/2793222
เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์
-------------------



พอร์ทCassowaryตอนนี้เราปิดออร์เดอร์ไปบางส่วน
เพราะว่าตกใจราคาดีด บวกกับว่าพอใจในกำไรบ้าง
เราเก็บกำไรเอามาไว้ก่อน
แล้ววางแผนใหม่เก็บคู่GBPNZDเป็นหลัก

ซึ่งเราหวังค่าswapเป็นแกน
และราคาสวิงขึ้นลงแรงเป็นรอง
เรามองข้ามไปเดือนหน้าแล้ว
สำหรับเดือนนี้คิดว่าไม่น่าจะเก็บกำไรเข้าพอร์ทละ
อาจจะปล่อยราคาสวิงไป
มากขึ้นหรือน้อยลงก็เอาแค่นั้น
แล้วค่อยไปเก็บกำไรเอาเดือนหน้า
------------

เดือนนี้เราโอเคมากๆเลย
เพราะพอร์ทหากินก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้งดงาม
ทำให้เราได้cfมามากที่สุดในรอบ2ปีเลย
เลยทำให้มีcfไปปั้นพอร์ทเล็กอีกแล้ว
เป้าหมายคือเร่งผลตอบแทนให้มากกว่า100%
โดยใช้เวลาอันสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้

เราพยายามขยายกองทัพให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
และเร็วที่สุดเท่าที่เรารับความเสี่ยงได้
เราก็ขอให้เดือนต่อๆไปปีต่อๆไป
เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
และพอร์ทโตขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน



















“ Work like you don't need the money. Love like you've never been hurt. Dance like nobody's watching. ” : Satchel Paige


Goodluck,
Introvert man.